ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำหอม ชาแนล กับการเลือกให้เหมาะกับสภาพผิว  (Read 10 times)

suppawutpudwee

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 7
    • ดูรายละเอียด
ถ้าถามว่าเพราะเหตุใดเราจึงจำต้องใช้น้ำหอม เนื่องจากใครอีกหลายๆคนไม่เคยใช้หรือบางทีอาจจะมองว่าน้ำหอมไม่มีความจำเป็นเพราะพวกเราใช้เพียงแค่สบู่ถูตัวตอนอาบน้ำ กลิ่นของสบู่ก็หอมดีแล้ว ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดค่ะ แต่ว่าเนื่องจากว่าบางที่อากาศบ้านเราร้อนจัดทำให้เหงื่อแตกได้ง่ายสุดๆ และเมื่อเหงื่อเจอกับกลิ่นของสบู่ หรือว่าความเค็มของเหงื่อพบกับไขมันจากสบู่ที่อยู่บนตัวเรา ก็อาจส่งผลให้เกิดปฏิกิริยา นั่นคือกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนานั่นเองจ้ะ สังเกตว่าเพราะเหตุใดเวลาเช้าพวกเราไปทำงานก็ยังตัวหอมดี แต่ว่าทันทีที่เลิกงานเดินทางกลับบ้านกลิ่นตัวเริ่มมา โดยเหตุนั้นแสดงว่าการอาบน้ำของเราเริ่มจะช่วยอะไรไม่ค่อยได้แล้วล่ะ การอาบน้ำสิ่งเดียวอาจจะไม่เพียงพอควรมีตัวช่วย อย่างน้ำหอม ซึ่งบางทีก็อาจจะเป็นน้ำหอม ชาแนล หรือน้ำหอมหลากหลายยี่ห้อที่มีขายกัน เวลานี้ก็มากไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับน้ำหอม chanel แล้วเรียกว่าได้รับความนิยมมากมายเลยอย่างยิ่งล่ะค่ะ ด้วยเหตุนั้นวันนี้พวกเรามาดูกันว่า วิธีสำหรับการเลือกซื้อน้ำหอมจำต้องสังเกตดูอะไรบ้าง แน่ๆว่าพวกเราใช้น้ำหอมก็ต้องอยากได้กลิ่นที่ติดทนตลอดทั้งวัน หรือนานที่สุดเท่าที่จะสามารถนั่นเองจ้ะ ซึ่งหากอยากได้ความทนทาน เราต้องดูที่ความเข้มข้นของน้ำหอม โดยเหตุนั้นมาดูกันว่า ระดับความเข้มข้นของน้ำหอมมีแบบไหนอย่างไรบ้าง

ระดับความเข้มข้นของน้ำหอม

1.) Parfum หรือ Perfume น้ำหอมจำพวกนี้เป็นน้ำหอมที่มีความเข้มขันมากที่สุด แล้วก็มีหัวน้ำหอมมากถึง 20 - 40% เลยทีเดียวค่ะ โดยเหตุนั้นความทนทานนานก็จะติดไปถึง 8 - 10 ชั่วโมงเลยล่ะ เมื่อเป็นน้ำหอมซึ่งสามารถให้กลิ่นติดทนนานได้อย่างนี้ ราคาของน้ำหอมก็จะสูงตามไปด้วย เพราะเป็นน้ำหอมที่มีหัวน้ำหอมเยอะมาก เหมาะกับคนที่มีผิวบอบบางหรือที่พวกเราเรียกว่า Sensitive มากกว่าการใช้น้ำหอมประเภทอื่น เนื่องจากเมื่อมีหัวน้ำหอมเยอะ แอลกอฮอล์ก็เลยน้อยนั่นเองจ้ะ
2.) Eau de Parfum ( EDP) เป็นน้ำหอมที่เรียกว่ามีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมมากรองๆ ลงมาจากแบบแรกนั่นเอง ปริมาณหัวน้ำหอมที่ใส่ไปในน้ำหอมกลุ่มนี้อยู่ที่ 15 - 20% ให้กลิ่นติดทนนานประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง และเรื่องของราคาจึงถูกกว่าแบบแรกนิดหน่อย เนื่องจากว่าอย่างงี้ก็เช่นเดียวกัน คือมีปริมาณหัวน้ำหอมน้อยลง ปริมาณแอลกอฮอล์จึงมากขึ้น ทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลืองหัวน้ำหอม ราคาก็เลยถูกกว่านั่นเอง น้ำหอม ชาแนลรุ่นที่เราคุ้นเคยกันดีอย่าง BLEU DE CHANEL Eau De Parfum Pour Homme Spray ก็จัดอยู่ในกลุ่มนี้
3.) Eau de Toilette (EDT) เป็นกรุ๊ปที่เรียกว่ามีความเข้าข้น ค่อนข้างจะน้อย หัวน้ำหอมที่ใส่เข้าไปในน้ำหอมกลุ่มนี้อยู่ที่ 5 - 15% ช่วงเวลาของกลิ่นที่จะติดอยู่กับตัวเราคือ โดยประมาณ 4 - 6 ชั่วโมงเพียงแค่นั้นค่ะ แม้กระนั้นถือว่าเป็นกรุ๊ปที่ได้รับความนิยมมากมายเลยอย่างยิ่ง อย่าง Chanel Coco Mademoiselle Eau de Toilette เป็นน้ำหอม ชาแนลอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยม มีกลิ่นหอมของดอกไม้นานาพันธุ์ กลีบดอกกุหลาบ ดอกมะลิและเพิ่มความหอมหวานจากกลิ่นลิ้นจี่ ซึ่งหลายคนก็เลือกที่จะใช้น้ำหอมกลุ่มนี้ในช่วงเวลากลางวัน แล้วก็ใช้ EDP ในยามค่ำคืนนั่นเอง
4.) Eau de Cologne (EDC) เป็นน้ำหอมกรุ๊ปที่มีความเข้มข้นน้อยที่สุดของบรรดาน้ำหอมทั้งหมดเลยก็ว่าได้ เพราะปริมาณหัวน้ำหอมที่ใส่เข้าไปมีเพียงแค่ 2 - 4% เพียงแค่นั้น ที่เหลือเป็นแอลกอฮอล์ ราคาก็เลยถูกกว่าน้ำหอมทุกจำพวก แต่ว่าจะติดทนนานเพียง 3 - 4 ชั่วโมงเท่านั้นจ้ะ แต่ว่าถ้าหากพวกเราไปงานเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็สามารถเลือกใช้ได้เช่นกัน

 

5.) Eau Fraiche เป็นกลุ่มที่ไม่ค่อยแตกต่างจากกลุ่ม EDC เท่าไหร่ค่ะ หัวน้ำหอมที่อยู่ในน้ำหอมกลุ่มนี้มีเพียง 1 - 3% แต่ว่าจะไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์เนื่องจากว่าจะใช้น้ำแทนทั้งหมดทั้งปวงนั่นเอง ซึ่งถ้าใครเคยได้ลองใช้น้ำหอม chanel จะรู้ว่า Chanel CHANCE EAU FRAICHE น้ำหอมสีประกายเขียวมรกตตัวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวที่ไม่ธรรมดาเลย ให้กลิ่นหอมอ่อนๆที่จะทำให้คุณสดชื่นไปตลอดทั้งวัน   

 

สำหรับการเลือกใช้น้ำหอมที่นอกเหนือจากที่จะต้องดูที่ประมาณหัวน้ำหอมแล้ว ยังจำต้องดูที่อุณหภูมิอีกด้วย ด้วยเหตุว่าอุณหภูมิก็ส่งผลต่อการใช้น้ำหอมให้ติดทนนานค่ะ เช่น ในฤดูร้อนชอบใช้ EDT ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นกลิ่นจากดอกไม้และผลไม้ ที่ให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวา นั่นเองค่ะ

มาดูในเรื่องของผิวกันบ้างจ้ะ ว่าเราจะเลือกน้ำหอม ชาแนลให้เหมาะกับผิวพวกเราได้อย่างไร ผิวแบบไหนต้องใช้น้ำหอมแบบไหน
เริ่มกันที่ผิวมัน เป็นผิวจำพวกที่ในผิวจะมีน้ำมันอยู่เยอะ และเป็นผิวที่น้ำหอมจะติดทนนานที่สุด กลิ่นจะกระจายตัวได้ค่อนข้างดี และผิวมันจะมีผลให้กลิ่นของน้ำหอมฉุนขึ้นมากกว่าธรรมดา ด้วยเหตุนั้นคนที่ผิวมันควรหลีกเลี่ยงน้ำหอมที่มีกลิ่นแรงมากๆ แล้วเลือกใช้เป็นกลิ่นที่กลิ่นที่อ่อนลงมาหรือว่ากลิ่นหอมบางๆแทน

 

ผิวแห้ง เป็นผิวที่ซึมซับความมันจากน้ำหอมได้ดี ทำให้การกระจายตัวของน้ำหอมไม่ค่อยดี หรือเรียกว่ากระจายตัวได้น้อยกว่าคนที่ผิวมีลักษณะของผิวมันนั่นเองค่ะ โดยเหตุนี้การเลือกน้ำหอมจำเป็นต้องเลือกที่มีกลิ่นแรงนิดนึงจะช่วยทำให้กลิ่นติดทนขึ้น
ผิวที่เหงื่อออกง่าย ควรที่จะทำการเลือกใช้น้ำหอมที่ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะว่าผิวที่เหงื่อแตกง่ายรูรูขุมขนจะเปิดกว้าง ทำให้ในเวลาที่เราใช้น้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์อาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีอาการแสบได้นั่นเองจ้ะ
รู้อย่างงี้แล้วคงจะทำให้หลายๆคนเลือกซื้อน้ำหอม ชาแนลได้ง่ายขึ้น ซึ่งน้ำหอมในแต่ละรุ่นของ Chanel เองก็มีระดับความเข้มข้นของน้ำหอมให้ท่านได้เลือกกันหลากหลายระดับตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น ใครที่สนใจแนะนำว่าไปทดลองเทสกันได้ที่เค้าท์เตอร์แบรนด์จะทำให้คุณสัมผัสได้ถึงความหอมที่เหมาะสมกับตัวคุณอย่างแท้จริง