ผู้เขียน หัวข้อ: ราคาโทรศัพท์กับการตรวจทานโทรศัพท์เคลื่อนที่ สิ่งที่ควรจะทำเมื่อได้โทรศัพท์ใหม่  (Read 7 times)

hakanmendoza

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 48
    • ดูรายละเอียด
ราคาโทรศัพท์ในตอนนี้มีราคาแพงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับแต่ก่อน นั่นอาจจะเกิดขึ้นได้ก็เพราะว่า ฟังก์ชั่นที่ตอบสนองต่อสิ่งที่ต้องการของผู้ใช้เพิ่มมากขึ้น วัสดุที่ใช้สำหรับทำตัวเครื่องต่างๆ ส่งผลให้สมาร์ทโฟนนั้นแพงเยอะขึ้น แล้วก็ถึงแม้คุณจะไปเลือกซื้อโทรศัพท์กับร้านค้าที่มีคุณภาพมาตรฐานตาม shop มือถือ เพื่อแน่ใจว่า โทรศัพท์ที่คุณซื้อมานั้นจะมีคุณภาพมาตรฐาน และก็ใช้งานได้จริงตามที่คุณต้องการ แต่อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อซื้อมาและก็ต้องพิจารณากันหน่อยว่า เครื่องที่ซื้อมานั้นมีตำหนิร่องรอยที่น่าสงสัยหรือไม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาตรวจสอบความผิดแปลกของโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปพร้อมกัน

ก่อนที่คุณนั้นจะซื้อมือถือมานั้น คุณต้องมีการเช็คราคามือถือก่อนอยู่แล้ว เนื่องจากว่าพวกเราต้องคิดถึงงบประมาณที่เรามีก่อน แล้วจึงไปดูในเรื่องของรุ่นและแบรนด์ของโทรศัพท์เคลื่อนที่กัน แล้วก็พอซื้อมาก็จะต้องมาตรวจเช็คกันอีกรอบ โดยเริ่มจาก



8 วิธีที่คุณจำเป็นต้องทำการเช็คโทรศัพท์ก่อนทำการเปิดใช้งาน



1.เช็คสภาพกล่อง

เป็นหลักการในเบื้องต้นสำหรับในการเช็คเลย โดยคุณจำเป็นต้องดูก่อนว่ามีสภาพเป็นยังไง มีร่องรอยฉีกจนขาด มีรอยเปื้อนน้ำมันไหม แล้วก็ถุงซีลนั้นจำเป็นต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ด้วย
2.พิจารณาวัสดุอุปกรณ์ด้านในกล่อง

คุณควรจะเช็คที่ข้างกล่องก่อน ว่าในกล่องมีอะไรบ้าง รวมทั้งตรวจตราตามนั้น โดยในกล่าองอาจมี สายชาร์จ หูฟัง รวมทั้งเต้าเสียบจะต้องเป็นของใหม่ รวมทั้งควรจะมีคู่มือ และก็ใบรับประกันต่างๆ ที่สำคัญต้องมีแบตเตอรี่ด้วย โดยตัวแบตนั้นจะต้องไม่มีรอยถลอกปอกเปิกหรือขีดข่วนด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงส่วนที่เป็นทองแดง
3. สภาพตัวเครื่อง รอบตัวเครื่องต้องปราศจากร่องรอยใดๆ แม้กระทั่งรอยแมวข่วนก็ไม่ควรมีให้เห็น และอย่าลืมทดลองกดปุ่มต่างๆที่อยู่บนมือถือว่า ยังสามารถกดได้ไหม แล้วก็ทำตามคำสั่งพื้นฐานได้หรือไม่ ดังเช่น กดปุ่มโฮม แล้วมันกลับมาหน้าจอหรือไม่ ถ้าหากไม่กลับมาตามคำสั่งจะได้โทรหาทางร้านว่า โทรศัพท์อาจมีปัญหา หรือให้ทางร้านค้าดูให้ เนื่องจากราคาโทรศัพท์ ที่ซื้อมานั้นก็ไม่ใช่ถูกๆถ้าเครื่องใช้ไม่ได้จริงๆ แล้วต้องรอคอยแบบงี้แย่เลย
4. เช็คฟิล์มกันรอยจอ

มือถือที่ซื้อใหม่แกะกล่องจากโรงงาน ทุกเครื่องไม่ว่าจะถูกหรือแพงมากแค่ไหน ควรมีฟิล์มกันรอยติดมาให้แล้วเสมอ ให้เราพิจารณาฟิล์มกันรอยว่ายังติดอยู่ในสภาพธรรมดา ไม่มีฟองน้ำ หรือฝุ่นละอองติดอยู่ด้านในมากมายจนเปลี่ยนไปจากปกติ เนื่องจากว่าถ้ามีหมายความว่าอาจมีการนำเครื่องออกมาจากกล่อง ฯลฯ
5. เปิดเครื่อง

อย่างแรกที่ควรทำภายหลังเปิดเครื่อง รวมทั้งเช็คปุ่มต่างๆ เรียบร้อยและก็คือ เช็ค dead หรือ bright pixel ซึ่งเป็นความผิดปกติของหน้าจอ ไม่สามารถแสดงผลได้ตามเดิม โดยเรามีแนวทางเช็คดังต่อไปนี้ ให้คุณนั้นเข้าเมนูโทรศัพท์เคลื่อนที่และก็กด*#0*# เพื่อเทสตัวเครื่องหลังแล้วหลังจากนั้นเลือกสีแดง เขียว รวมทั้งฟ้า และการกดปุ่มเทสนี้ยังสามารถตรวจสอบระบบสั่น, กล้องหน้าและหลัง, การทำงานของเซ็นเซอร์ต่างๆ, ลำโพง, และก็อื่นๆ ราคาโทรศัพท์ที่แพงๆก็มาจากฟังก์ชั่นต่างๆกลุ่มนี้นี่แหละ เพราะถ้าฟังก์ชั่นไม่มากมาย ความจำเครื่องน้อยถ่ายรูปไม่สวย คงราคาไม่แพง
6. เช็คการใช้งานโทรศัพท์แล้วก็การเชื่อมต่อต่างๆ

เมื่อใส่ซิมแล้ว ถัดไปให้ลองโทรออก หรือโทรเข้าเพื่อทดลองสัญญาณ ไมค์ รวมทั้งลำโพงพูดคุย ว่ายังสามารถใช้งานได้ปรกติดีหรือไม่ รวมถึงเช็คสัญญาณอินเทอร์เน็ตว่าปกติดีไหม สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi, Bluetooth, NFC ได้หรือเปล่า
7 ลำดับที่ IMEI จำต้องตรง

เราสามารถเช็คหมายเลข IMEI (อีมี่) ได้โดยการไปยังหน้าโทรออก แล้วกด*#06# ซึ่งหมายเลขนี้จำเป็นที่จะต้องตรงกับข้างกล่อง ถ้าไม่ตรงหมายความว่าเป็นเครื่องเลียนแบบ
8. ถามไถ่หัวข้อการรับประกัน

อันดับแรกสำหรับการซื้อโทรศัพท์มือถือ คุณอาจจะเริ่มจากการถามราคาโทรศัพท์ก่อนจนกระทั่งไปถึงการเลือกรุ่น แบรนด์ และก็เลือกร้านค้าที่จะซื้อ พอได้มาก็จะต้องมาตรวจเช็คเครื่องของคุณเหตุว่า มีความผิดปกติอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพื่อเป็นการตรวจทานกับทางร้านไปในตัวว่า ร้านนี้ย้อมแมวขายเครื่องให้คุณหรือไม่ เป็นเครื่องจริงหรือไม่จริง ราคาโทรศัพท์ที่จำเป็นต้องจ่ายตามจริงหรือเปล่า เนื่องจาก เสียตังค์แล้ว เราก็ไม่อยากที่จะให้เกิดปัญหาจนเสียความรู้สึกอีก ดังนั้นพอได้เครื่องมาให้ท่านนั้นตรวจเช็คทุกครั้ง รวมถึงการรับประกัน ซึ่งโดยเบื้องต้นของวัสดุอุปกรณ์เหล่านี้ บางตัวแทนขายจะมีการรับประกัน “เปลี่ยนเครื่องใหม่” ภายใน 7 หรือ 14 วันหลังจากซื้อ เมื่อผู้ใช้ประสบพบเจอกับปัญหาสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้โดยทันที ตามเงื่อนไขของแต่ละบริษัทกำหนด แต่ว่าโดยส่วนใหญ่จะมีการรับประกัน 1 ปีอยู่แล้ว